กุมภาพันธ์ 28, 2024

ความเชื่อแปลกๆ ความเชื่อโชคลาง ทั่วทั้งโลก

ความเชื่อเรื่องโชคดี ความเชื่อแปลกๆของคนจีน ความเชื่อโบราณ

ไสยศาสตร์ หนึ่งในที่พึ่งของสังคมไทยในปัจจุบัน

ไสยศาสตร์

ไสยศาสตร์ สิ่งที่ยังคงอยู่คู่สังคมไทยในปัจจุบัน

ไสยศาสตร์ คือความเชื่อโบราณที่มักไม่ได้รับการยอมรับจากปัจเจกชนทั่วไป มันถูกนับว่าเป็นหนึ่งใน ความเชื่อ ที่ไม่มีเหตุผล ในยุคปัจจุบัน หลายๆ ศาสนาก็ได้มีการนำไสยศาสตร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทั้งๆ ที่ศาสดาของศาศนานั้น กีดกันไม่ให้นำไสยศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมก็ตาม แต่เมื่อไม่มีศาสดาคอยค้ำจุนแล้ว ไสยศาสตร์ก็ถูกนำเข้ามามีส่วนสำคัญในพิธีกรรมต่างๆ รวมถึงการเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาไปเลยก็มี

ซึ่งจะได้เห็นได้อย่างชัดเจนในสังคมไทย ที่มีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ดั้งเดิมมาก่อนที่จะนับถือพระพุทธศาสนา พร้อมกับฝั่งรากลึกมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาชี้แจงให้เห็นความกระจ่างในเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อทั้งหลาย แต่ ไสยศาสตร์ในไทย ก็ไม่ได้เลือนหายไปจากสังคมแม้แต่น้อย หากมีการสอบถามคนเฒ่าคนแก่แถวๆ ต่างจังหวัด คนเหล่านั้นก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ หรือธรรมชาติต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์

ไสยศาสตร์

รูปแบบของ ไสยศาสตร์ในไทย

ไสยศาสตร์ในไทย สามารถจำแนกตามการกระทำที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  1. ไสยศาสตร์แบบการใช้ตัวผูกมัด : เกิดจากการใช้สิ่งของเป็นตัวแทนของของเป้าหมายที่ต้องการจะกระทำ จนเป้าหมายได้รับความทรมาณจนมีอันเป็นไป ยกตัวอย่างเช่น เสน่ห์ยาแฝด และการฝังรูปฝังรอย
  2. ไสยศาสตร์แบบการใข้ชิ้นส่วนผูกมัด : เกิดจากการนำชิ้นส่วนร่างกายของเป้าหมายที่ต้องการ มาเป็นตัวแทนในการประกอบพิธีกรรม ยกอย่างเช่น การนำเส้นผม, เล็บ หรือเสื้อผ้าของเป้าหมาย มาทำพิธีกรรมเพื่อทำให้เป้าหมายได้รับความทรมาณอย่างถึงที่สุด
  3. การเข้าทรง หรือร่างทรง : เกิดจากการยินยอมให้วิญญาณเข้ามาสิงอยู่ในร่างกายของตัวเอง (หรือที่เรียกว่าโฮสต์) เพื่อติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณนั้นกับผู้ที่ต้องการพูดคุยด้วย เป็นรูปแบบไสยศาสตร์ในไทย ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นการหลอกลวงมากกว่าเข้าทรงจริงๆ
  4. เครื่องรางของคลัง : เกิดจากการอัญเชิญดวงวิญญาณ หรือพลังเหนือธรรมชาติ มาสิงสถิตอยู่ในวัตถุที่ได้จัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี อย่างเช่น โลหะ, ไม้, กระดูกสัตว์ หรือ หนังสัตว์ เป็นต้น ด้วยการบริกรรมคาถา หรือร่ายมนต์อย่างถูกต้อง เพื่อทำให้วัตถุนั้นมีอำนาจขึ้นมา รวมถึงการสักยันต์บนร่างกายของมนุษย์อีกด้วย
  5. ชามาน : เกิดจากคนที่ฝีกฝนตัวเองจนมีพลังวิเศษ และสามารถใช้พลังนั้น ในการทำสิ่งต่างๆ ให้มีความเป็นไปตามที่ต้องการได้ ยกตัวอย่างเช่น การรักษาโรคร้าย, การห้ามไม่ให้ฝนตก รวมถึงการเห็นนิมิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ไสยศาสตร์

ความนิยมของ ไสยศาสตร์ ในสังคมไทย

แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับมากนัก แต่ก็ยังมีความนิยมในการประกอบพิธีกรรมตาม ความเชื่อไสยศาสตร์ ของตัวเอง ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

  1. ความนิยมการเซ่นไหว้ หรือการอ้อนวอนด้วยการถวายสิ่งต่างๆ : เป้าหมายคือการขอพรหรือขอให้การกระทำต่างๆของตนเอง เป็นไปด้วยความราบรื่น หากประสบความสำเร็จตามที่ขอไว้ ก็จะมีการนำสิ่งต่างๆมาเซ่นไหว้หรือมาถวาย อย่างเช่น หมู, วัว, แพะ, ควาย หรือปลา ในบางกรณีอาจมีการแสดงมหรสพเพื่อเป็นการถวาย ซึ่งอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล
  2. ความนิยมเครื่องรางของขลัง : เป็นสิ่งที่มี ความเชื่อ ว่าสามารถป้องกันภัยต่างๆ รวมถึงความช่วยร้ายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ครอบครอง รวมถึงการดลบันดาลให้เกิดพลังวิเศษ อย่างเช่น พระเครื่อง, ตะกรุด, หินธรรมชาติ, เขากวาง, อัญมณี หรือเหล็กใหล เป็นต้น
  3. การทรงเจ้า (ร่างทรง) : ถือว่าได้รับความนิยมอย่างสูง จากการเกิดขึ้นของสำนักต่างๆ ที่มีการทรงเจ้าเพื่อเป็นการสื่อสาร หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นที่นิยมในกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ หรือวัยทำงาน ไปจนถึงนักการ รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง
  4. การสะเดาะห์เคราะห์ : เป็นสิ่งที่ทำแล้วมี ความเชื่อ ว่าจะเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง พบเห็นได้ทั่วไปตามวัด หรือสำนักต่างๆ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ผิดกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ต้องการให้ปล่อยว่างจากเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน
  5. การสักยันต์ : เป็น ความเชื่อไสยศาสตร์ ที่ได้รับความนิยม เพราะมีความเชื่อว่า เมื่อสักแล้วจะทำให้มีพลังเหนือมนุษย์ ยิงไม่ตาย แทงไม่เข้า เป็นรูปแบบของไสยศาสตร์ในไทย ที่ได้รับความนิยมในทุกชนชั้น ตั้งแต่นักศึกษา แรงงาน ไปจนถึงนักการเมือง หรือกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

ความเชื่อไสยศาสตร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยอย่างสมบูรณ์

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะได้เห็นมีไสยศาตรส์บางส่วนที่เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ดีขึ้น แม้ว่ายังมีหลายๆ คนที่ด้อยค่า ไสยศาสตร์ในไทย ให้มีสถานะต่ำกว่าศาสนาก็ตาม แต่มันก็ยังมีบางส่วนที่ยังให้โทษแก่ผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้ได้ทราบว่ามันเป็นสิ่งมอบทั้งคุณ และโทษ ให้กับผู้ใช้โดยตรง

ฉะนั้นแล้ว โปรดจำเอาไว้เสมอว่า ความเชื่อไสยศาสตร์ เปรียบเหมือนดาบสองคมที่พร้อมที่จะทำให้เกิดประโยชน์ และผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องมีการระมัดระวังในเรื่องคุณธรรมในจิตใจ มิเช่นนั้น ไสยศาสตร์เหล่านี้ อาจถูกนำไปเป็นเครื่องมือในการทำลายผู้อื่น มากกว่าการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ชีวิต

อ่านเพิ่มเติมคลิกได้ที่นี้ smotrikino